สรรพคุณ สารสกัดจากส้มสีแดง ต่อสุขภาพ และผิวพรรณ

Last updated: 2021-05-16  | 

สารสกัดส้มแดง

ส้มสีแดง เป็นส้มสายพันธุ์หนึ่งที่เนื้อส้มเป็นสีเหมือนเลือด ผลมีขนาดเหมือนส้มทั่วไป ผิวมักมีจุดประ ส้มสีเลือด เกิดจากการกลายพันธุ์ และเป็นส้มลูกผสมตามธรรมชาติ อาจจะระหว่าง ส้มโอ กับ ส้มแทนเจอรีนในยุโรป Arancia Rossa di Sicilia (ส้มสีแดงแห่งซิซิลี) เป็นสถานะทางภูมิศาสตร์ที่ต้องอนุรักษ์ ในวาเลนเซีย เริ่มเข้ามาปลูกในช่วงครึ่งหลังของคริสต์ศตวรรษที่ 19

สารสกัดจากส้มสีแดง คืออะไร?

สารสกัดจากส้มสีแดง (Red Orange Complex) คือสารสกัดจากส้มสีแดง 3 สายพันธุ์จากประเทศอิตาลี ได้แก่ Moro, Tarocco และ Sanguinello ซึ่งเป็นสายพันธุ์เฉพาะที่ปลูกในแถบดินแดนทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยน ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ได้แก่ แอนโธไซยานิน (Anthocyanin), ฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) กรดไฮดรอกซีซินนามิก (Hydroxycinnamic) และวิตามินซี (Ascorbic acid) ในปัจจุบันสารสกัดจากส้มสีแดงถูกพัฒนามาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ช่วยให้ผิวกระจ่างใสเป็นธรรมชาติ

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสารสกัดจากส้มสีแดง

ในปัจจุบันการดูแลผิวพรรณจากภายใน (skin care from within) ด้วยการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนช่วยในการดูแลผิวพรรณให้กระจ่างใสกำลังได้รับความนิยม ซึ่งสารสกัดที่กำลังเป็นที่จับตามองว่ามีสารต้านอนุมูลอิสระสูงและดีต่อสุขภาพนั่นก็คือ สารสกัดจากส้มสีแดง หรือ ที่รู้จักในชื่อทั่วไปว่า Red Orange Complex มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Citrus sinensis L.

สารสกัดจากส้มสีแดงกับการอักเสบของผิว และลดผดผื่นจากแสงแดด

มีการศึกษาผลของสารสกัดจากส้มสีแดงต่อการป้องกันการอักเสบและผื่นแดงจากรังสี UVB ในกลุ่มอาสาสมัคร สุขภาพดี อายุระหว่าง 26-47 ปี จำนวน 18 คน โดยให้อาสาสมัครรับประทานสารสกัดจากส้มสีแดง ขนาด 100 มก. วันละ 2 ครั้ง ก่อนอาหารเช้า และก่อนนอน เป็นระยะเวลา 15 วัน พบว่า สารสกัดจากส้มสีแดง สามารถป้องกันผิวอักเสบจาก การกระตุ้นโดยรังสี UVB และลดอาการผื่นแดงจากการแพ้แสงแดดได้อีกด้วย

คุณประโยชน์ของสารสกัดจากส้มสีแดงต่อสุขภาพและผิวพรรณโดยรวม

  • ช่วยลดผิวหมองคล้ำ และเพิ่มความสว่างสดใสของผิวพรรณอย่างเป็นธรรมชาติ
  • ช่วยลดการอักเสบของผิว และลดผื่นแดงจากการเผชิญแสงแดด
  • ชะลอความเสื่อมโทรมของผิวจากการโดนแสงแดด
  • สารสกัดจากส้มสีแดง เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกาย อีกทั้งป้องกันการเกิดโรคร้ายแรงได้ เช่น โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดและหัวใจ เป็นต้น

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้