ไลโคปีน ต้านอนุมูลอิสระ บำรุงต่อมลูกหมาก

Last updated: 2021-04-05  | 

ไลโคปีนต่อมลูกหมากโต

ไลโคปีน (Lycopene) เป้นสารประกอบนกลุ่มแคโรทีนอยด์ ซึ่งจะพบได้มากในผลไม้ที่มีสีแดง เช่น แตงโม เกรปฟรุต มะเขือเทศ ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นๆ เลยก็คือ สรรพคุณในการต้านอนุมูลอิสระสูงกว่ากลุ่มเบต้าแคโรทีนและวิตามินอีหลายเท่าตัว โดยในผลไม้ประเภทสีแดงอย่าง มะเขือเทศ จะมีไลโคปีนอยู่ในปริมาณที่ค่อนข้างสูงกว่าผลไม้สีแดงชนิดอื่นๆ

ไลโคปีนกับการต้านมะเร็งต่อมลูกหมาก

ด้วยคุณประโยชน์ของไลโคปีนที่มีฤทธิ์ในการต้านสารอนุมูลอิสระและมีโครงสร้างที่เหมาะสมในการเข้าไปสะสมในต่อมลูกหมากได้ดี จึงทำให้ไลโคปีนมีสรรพคุณในการช่วยบำรุงต่อมลูกหมาก และช่วยป้องการการทำงายดีเอ็นเอของเซลล์ภูมิต้านทานไม่ให้เสื่อมสภาพ ทำให้สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคหรือมะเร็งได้ดีอย่างยิ่ง และยังยับยั้งการเปลี่ยนแปลงจากเซลล์ปกติไปสู่เซลล์มะเร็งอีกด้วย

ทั้งนี้ ยังมีข้อมูลวิจัยสนับสนุนอีกว่า ไลโคปีนมีส่วนช่วยในการป้องกันมะเร็งกระเพาะอาหารและมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อีกด้วย

โรคต่อมลูกหมากโต คืออะไร เกิดจากสาเหตุอะไร

โรคต่อมลูกหมากโต (Prostate Enlargement) คือ ภาวะที่เซลล์ต่อมลูกหมากมีการแบ่งตัวเพิ่มมากขึ้น และมีขนาดโตขึ้นผิดปกติ เมื่อต่อมลูกหมากซึ่งอยู่รอบท่อปัสสาวะมีขนาดโตขึ้น จึงไปกดทับท่อปัสสาวะ ทำให้ท่อปัสสาวะตีบได้

สาเหตุของโรคเกิดจากระดับฮอร์โมนเพศชายลดลง และเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ต่อมลูกหมากทำงานผิดปกติ

โดยอาการของโรคต่อมลูกหมากโต จะมีอาการปัสสาวะลำบาก ฉี่ไม่สุด แสบขัด รู้สึกปวดขณะปัสสาวะ

ผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคต่อมลูกหมากโต จะพบมากในผู้ชายที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป มีโอกาสเป้นโรคต่อมลูกหมากโต 50-60% และมีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง

สำหรับการรักษานั้น แพทย์อาจจะสั่งยาเพื่อช่วยลดขนาดของต่อมลูกหมากให้เล็กลง แต่ถ้าหนักกว่านั้น ก็ต้องใช้การผ่าตัดต่อลูกหมากเลยทีเดียว

มะเร็งต่อมลูกหมาก ภัยร้ายใกล้ตัวผู้ชายสูงวัย

โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก เปรียบเสมือนภัยเงียบที่คร่าชีวิตผู้ชายมากที่สุด เป็นอันอันดับสองรองจากมะเร็งปอดเลยทีเดียว โดยภาวะที่เซลล์ต่อมลูกหมากมีการแบ่งตัวผิดปกติ เปลี่ยนแปลงผิดรูปร่างและการเจริญเติบโตไม่หยุด เกิดเป็นเซลล์มะเร็ง และอาจกระจายตัวลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลือง กระดูก และอวัยวะใกล้เคียงได้

ด้วยอายุที่เพิ่มมากขึ้นก็ทำให้ฮอร์โมนเพศชายเริ่มลดลง และด้วยพันธุกรรม และพฤติการการทานอาหารที่มีไขมันสูง อาหารประเภทปิ้งย่าง ก็เป็นสาเหตุการเกิดโรคได้ด้วยเช่นกัน

การสังเกตุอาหาร โดยอาการจะคล้ายโรคต่อมลูกหมากโต เช่น ปัสสาวะไม่คล่อง อาจมีเลือดหรือหนองปนออกมากับปัสสาวะ ในระยะลุกลามอาจมีอาการอ่อนเพลีย ปวดตามกระดูก เจ็บบริเวณเอวด้านหลังหรือภาวะซีดร่วมด้วย โดยผู้ที่มีความเสี่ยงในการเป็นโรคนี้คือผู้ชายในวัย 50 ปีขึ้นไป

การรักษามะเร็งต่อมลูกหมากในระยะแรก สามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยวิธีการรักษาของแพทย์ขึ้นอยู่กับระยะของโรค ประกอบด้วยการผ่าตัด การรักษาด้วยรังสี การรักษาด้วยฮอร์โมน และการรักษาด้วยเคมีบำบัด

ส่วนการป้องกันการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ทำได้โดยลดอาหารที่มีไขมันสูง อาหารประเภทปิ้งย่าง เพิ่มการทานผักและผลไม้ หลักเลี่ยงการกลั้นปัสสาวะบ่อยๆ และนานๆ

ผู้ชายที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ซึ่งจะช่วยให้เจอโรคในระยะเริ่มต้นได้เร็ว และทำการรักษาไม่ให้ลุกลามได้ทัน และแนะนำให้ทาน ผัก ผลไม้ ที่มีไลโคปีนเป็นองค์ประกอบเพื่อช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากได้ด้วย

ไลโคปีนกับการป้องกันการเกิดโรคต่อมลูกหมากโต

มีงานวิจัยหลายสถาบันที่สนับสนุนว่า ไลโคปีนมีสรรพคุณในการทำให้ความเสี่ยงชองการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากลดลง โดยผลการวิจัยพบว่า ผู้ชายที่ทานไลโคปีนวันละ 6.5 มก. สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากได้มากถึง 21% เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้ทานไลโคปีน

นอกจากนี้ยับพบว่า การทานไลโคปีนร่วมกับแร่ธาตุอื่นๆ อย่างสังกะสี (Zinc) จะช่วยกระตุ้นการสร้างอสุจิ และฮอร์โมนเพศชาย (เทสโตสเตอโรน) ให้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันโรคต่อมลูกหมากได้ดีทีเดียว และยังลดอัตราการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศและการเป็นหมัน ป้องกันภาวะการมีบุตรยากในเพศชายได้อีกด้วย อีกทั้ง ยังมีงานวิจัยว่า ไลโคปีนสามารถลดการดึงแคลเซียมออกจากกระดูกในผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนอีกด้วย

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้