ฉี่เล็ด อย่ามองข้าม อาจเป็นสัญญาณอาการต่อมลูกหมากโต

Last updated: 2021-01-14  | 

ฉี่เล็ด

อาการฉี่เล็ด หรือว่า ปัสสาวะเล็ด จะมีอาการคล้ายๆ เหมือนกับว่าตัวเองกลั้นปัสสาวะไม่ค่อยอยู่ ซึ่งอาการแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะแค่ในเด็กอย่างที่เราคุ้นชินกันดีอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังพบว่า ในผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุก็มีอาการปัสสาวะออกมาแบบกลั้นไม่อยู่ได้เช่นกัน

ลักษณะที่เกิดขึ้นแบบนี้ไม่ใช่อาการปัสสาวะไหลเพราะกลั้นเอาไว้นาน จนอั้มไม่อยู่ หรือนอนฝันว่าตนเองกำลังฉี่ จนทำให้ฉี่รดที่นอน แต่มักจะเป็นอาการที่เกิดจากการกลั้นปัสสาวะไม่ค่อยอยู่ ต่างกันอย่างแน่นอนว่ากับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในวัยเด็ก

อาการฉี่เล็ดนี้เป็นตัวการทำให้ผู้ป่วยรู้สึกอับอาย ไม่ค่อยกล้าออกไปไหน แค่ไอหรือจามก็ฉี่กระปริดกระปรอยออกมาแล้ว นี่คือปัญหาที่ผู้ชายสูงวัย สูงอายุขึ้นไปพบได้บ่อย อย่างไรก็ตามหากพบอาการผิดปกติเช่นนี้ ควรรีบเข้ารับการตรวจจากแพทย์เพื่อหาสาเหตุเบื้องต้นก่อน เพราะอาจเกิดอาการต่อมลูกหมากโตขึ้นได้กับท่านก็ได้

หลังจากนั้นจะได้ทำการรักษาได้ทันหากเกิดขึ้นจากโรคร้ายแรง แม้จะมีตัวช่วยอยู่หลายวิธี แต่ทางที่ดีคืออย่าปล่อยให้โรคนี้อยู่กับเราถาวรเป็นดีที่สุดค่ะ เพราะฉะนั้น นี่คือข้อมูลที่ผู้ป่วยหรือผู้ที่กำลังสงสัยว่าตัวเองป่วยหรือไม่ ลองมาดูสาเหตุ และวิธีแก้ไขอย่างถูกต้องกันดีกว่าค่ะ

อาการปัสสาวะเล็ด แบบไหนถึงเรียกว่าไม่ควรนิ่งนอนใจ?

อาการผิดปกติเบื้องต้นที่สังเกตได้ของคนที่เริ่มกลั้นปัสสาวะไว้ไม่อยู่ มักจะเกิดขึ้นในช่วงไอหรือจาม บางครั้งนั่งอยู่เฉยๆ ก็มีปัสสาวะกระปริดกระปรอยออกมา บางคนเล็ดออกมาเพียงเล็กน้อย พอทนไหว

จากอาการในระยะแรกๆ แบบเป็นไม่มาก แค่ไอจามแล้วเล็ดออกมาเป็นดวง หากปล่อยทิ้งไว้ อาจทำให้สุขภาพร่างกายแย่ลง เนื่องจากการนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ จำเป็นต้องตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำกลางดึกบ่อยๆ พอนั่งทำงานระหว่างวันก็ไม่ค่อยมีสมาธิ กลัวจะวิ่งเข้าห้องน้ำไม่ทัน ใจจดจ่ออยู่กับอาการปัสสาวะของตัวเองไปซะงั้น ปล่อยไว้นานๆ เสี่ยงต่อการเกิดภาวะซึมเศร้าได้สูง ยิ่งหากปล่อยไว้จนเรื้อรังไม่ยอมหาย เพราะสาเหตุอาจมาจากโรคอื่นที่เกี่ยวข้องกับระบบขับถ่าย ใครที่รู้สึกตัวว่าปัสสาวะเล็ดแบบผิดปกติ มีอาการฉี่เล็ดขึ้นมาแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ก็ควรสงสัยตัวเองได้แล้วตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่ต้องรอให้อาการหนัก รีบไปพบแพทย์โดยเร็วเป็นดีที่สุด

อาการปัสสาวะเล็ด หรือโรคปัสสาวะเล็ด เกิดขึ้นได้อย่างไร?

สาเหตุของอาการปัสสาวะเล็ด จนนำไปสู่โรคปัสสาวะเล็ด มีสาเหตุมากมายทั้งรักษาง่ายๆ ไปจนถึงการรักษายุ่งยากจากโรคของระบบภายในที่ผิดปกติ ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องเข้ารับการตรวจจากแพทย์เพื่อหาสาเหตุ จะได้ทำการรักษาได้ตรงจุด ที่พบได้บ่อย อาทิ ระบบประสาทบริเวณไขสันหลังผิดปกติ โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบหรือทำงานผิดปกติ หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท หลอดเลือดสมองโป่งพอง โรคเบาหวาน หูรูดไม่แข็งแรง ต่อมลูกหมากโต การขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนในผู้หญิง ภาวะติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ เนื้องอกหรือนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ เป็นต้น

วิธีรักษาโรคปัสสาวะเล็ดทำได้หรือไม่?

โรคปัสสาวะเล็ดสามารถรักษาได้  แต่ต้องถามก่อนว่าอาการของโรครุนแรงแค่ไหน ซึ่งในแต่ละคนก็จะมีรูปแบบการรักษาที่แตกต่างกันออกไป บางคนแค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพียงเล็กน้อยก็หายได้เองภายในไม่กี่วัน แต่บางคนก็จะใช้ระยะเวลานานเป็นเดือนๆ ซึ่งการรักษาจะมีทั้งแบบปรับพฤติกรรม และการรักษาด้วยยา

การปรับเวลาขับถ่ายปัสสาวะให้เป็นนิสัย ห้ามกลั้นปัสสาวะเอาไว้นานๆ กระตุ้นเตือนตัวเองให้เข้าห้องน้ำทุกๆ 2-3 ชั่วโมง ดื่มน้ำเปล่าสะอาดให้มากขึ้นแบบค่อยๆ จิบในระหว่างวัน หรือจะลองหันมาบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานให้แข็งแรง หากมีอาการไอเรื้อรัง ให้หาสาเหตุ และหลีกเลี่ยงเพื่อลดตัวกระตุ้น

ส่วนการรักษาด้วยยา ก็ต้องดูที่มาของโรคก่อน แพทย์จึงจะให้ยาที่เหมาะสมเพื่อทำการรักษาที่ต้นตอ ซึ่งจะช่วยให้อาการปัสสาวะเล็ดหายขาดได้

ต่อมลูกหมากโต สาเหตุปัสสาวะเล็ดราด

อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ หรือเมื่อปวดปัสสาวะแล้วจะราดออกมานั้น มักพบว่าเกิดจากการที่มี ต่อมลูกหมากโต ร่วมด้วย โดยในเพศชายจะมีต่อมลูกหมากอยู่ถัดจากกระเพาะปัสสาวะ ทำหน้าที่ในการช่วยกลั้นปัสสาวะ ซึ่งต่อมลูกหมากจะหยุดโตในช่วงวัย 20 ปี และกลับมาโตอย่างรวดเร็วเมื่ออายุ 50 ปีขึ้นไป ซึ่งต่อมลูกหมากที่โตนั้นจะไปกดและเบียดท่อปัสสาวะ

ในขณะที่ท่อปัสสาวะจะตอบสนองโดยการตีบลง จากการบีบตัวเร็วขึ้นเพื่อขับปัสสาวะออกมา เมื่อกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะทำงานหนักกว่าปกติ ทำให้ไวต่อการปวดปัสสาวะ และเมื่อไหร่ที่กล้ามเนื้อปัสสาวะเกิดอ่อนล้า ปัสสาวะก็จะสะดุด ไหลๆ หยุดๆ นั่นเอง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้