กรดไหลย้อน โรคฮิตของคนวัยทำงานที่ไม่ควรปล่อยให้เป็นนาน

Last updated: 2020-12-24  | 

โรคกรดไหลย้อน

โรคกรดไหลย้อน (Gastroesophageal reflux disease: GERD) คือหนึ่งในโรคที่มักจะเกิดขึ้นกับคนในช่วงวัยทำงานเป็นประจำ ซึ่งโรคนี้ไม่เพียงแต่สร้างความทรมานให้กับร่างกายเท่านั้น แต่ก็ยังนำมาซึ่งอาการที่สร้างความอันตรายในระยะยาวให้กับร่างกายอีกด้วย

มาทำความรู้จักเพื่อเข้าใจและทราบถึงวิธีป้องกันของ โรคกรดไหลย้อน (Gastroesophageal reflux disease: GERD) นี้กัน

สาเหตุของโรคกรดไหลย้อน

ในส่วนของสาเหตุที่จะทำให้เกิดโรคกรดไหลย้อนได้นั้น มีอยู่หลายสาเหตุด้วยกัน ซึ่งหลักๆ แล้วจะมีอยู่ทั้งหมด 3 ปัจจัยหลักด้วยกัน คือ

หูรูดส่วนล่างของหลอดอาหารมีความผิดปกติ สาเหตุนี้จะมาจากหูรูดเสื่อมสภาพ ซึ่งก็จะเป็นไปตามช่วงวัย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ

การดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ พฤติกรรมเหล่านี้ก็นำมาซึ่งอาการหูรูดส่วนล่างของหลอดอาหารผิดปกติได้เช่นกัน

การบีบตัวของกระเพาะอาหารลดลง ภาวะเช่นนี้จะทำให้อาหารที่ถูกย่อยแล้ว คั่งค้างอยู่ในกระเพาะอาหารเป็นเวลานาน ซึ่งก็จะทำให้ไม่สามารถบีบตัวได้อย่างปกติ ส่งผลให้เกิดแรงดันในกระเพราะอาหารมากขึ้นจนดันเอาอาหารและน้ำย่อยเข้าสู่หลอดอาหารได้

การตั้งครรภ์ เนื่องจากอายุครรภ์ที่มากขึ้น ทำให้ครรภ์ใหญ่ขึ้น ซึ่งก็ทำให้เกิดความดันในกระเพาะมากขึ้นด้วย

ความเครียด เมื่อมีภาวะความเครียดที่สูงขึ้น ก็ทำให้กระเพาะอาหารหลั่งกรดออกมามากขึ้น ทำให้เป็นโรคกรดไหลย้อนได้ง่ายขึ้น

อาการของโรคกรดไหลย้อน

อาการของโรคกรดไหลย้อนนั้นมีอยู่หลายรูปแบบด้วยกัน แต่จะสามารถสังเกตได้ไม่ยาก ซึ่งอาการที่เกิดขึ้นโดยทั่วไปนั้น ได้แก่

อาการจุกแน่นหน้าอก คล้ายกับอาการอาหารไม่ย่อย มีกลิ่นปาก เสียวฟันง่าย บางรายก็มีอาการฟันผุร่วมด้วย

ท้องอืด แน่นท้อง คลื่นไส้ อาเจียน โดยจะเกิดขึ้นหลังจากรับประทานอาหาร

แสบร้อนที่กลางอก และลิ้นปี่ บางคนอาจมีอาการปวดร้าวที่บริเวณคอ เวลานอาหารแล้วจะกลืนลำบาก แสบคอ มีรสขมหรือเปรี้ยวไหลย้อนขึ้นที่คอหรือปาก

ไอแห้ง มีอาการไอเรื้อรัง หรืออาจกระแอมไอบ่อยๆ อาจมีอาการสำลักน้ำลาย หรือหายใจไม่ออกในเวลากลางคืน

วิธีรักษาและป้องกันโรคกรดไหลย้อน

การรักษาโรคกรดไหลย้อนนั้น แพทย์จะมีวิธีในการรักษาอยู่หลายวิธี และต้องเป็นการรักษาเพื่อป้องกันอาการแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมาด้วย โดยวิธีรักษานั้นคือ

การรับประทานยาลดกรด ช่วยในการลดการหลั่งกรดในกระเพาะ และป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหารได้

การผ่าตัด เหมาะสำหรับผู้ที่รักษาด้วยการทานยามาเป็นเวลานาน แต่อาการของโรคยังคงอยู่

การทานสมุนไพร เช่น ขมิ้นชัน กะเพรา ขิง เป็นต้น

ในส่วนของการป้องกันนั้น สามารถทำได้โดยเริ่มจากการหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด การดื่มแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน รวมทั้งการผ่อนคลายเมื่อรู้สึกเครียด และการรับประทานอาหารครั้งละน้อยๆ เพื่อป้องกันการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารมากเกินไป

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้