10 สรรพคุณกระเทียม ที่คุณรู้แล้ว ต้องรีบหามาทาน

Last updated: 2020-12-24  | 

สรรพคุณกระเทียม

กระเทียม เป็นเครื่องเทศและสมุนไพรที่รู้จักกันมายาวนานเกือบ 6,000 ปีแล้วค่ะ นิยมนำมาใส่อาหารเพื่อเพิ่มรสชาติให้เข้มข้น มีกลิ่นหอม และยังมีสรรพคุณทางยา ช่วยปรับสมดุลของร่างกาย ช่วยขับลม เสริมภูมิต้านทาน สามารถฆ่าเชื้อโรค เช่น เชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย รักษาโรคบิด แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ช่วยขับเสมหะ แก้หวัด ช่วยลดความดันโลหิต กระตุ้นการไหลเวียนเลือด ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ นอกจากนี้ ยังช่วยลดโคเลสเตอรอล ไขมัน และน้ำตาลในเลือดอีกด้วยนะคะ

กระเทียม มีสารอาหารสำคัญได้แก่ โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก วิตามินซี วิตามินบี แคลเซียม แมงกานีส ซีลีเนียม และแอนตี้ออกซิแดนท์หรือสารต้านอนุมูลอิสระ ที่สำคัญยังมีสารประกอบของกำมะถันที่เรียกว่า “อัลลิซิน” ซึ่งมีส่วนช่วยยับยั้งสารก่อมะเร็ง และป้องกันการเกิดเซลล์มะเร็งด้วยนะคะ

มีงานวิจัยของสหรัฐฯ ที่ทำการวิจัยหญิงวัยกลางคน 40,000 กว่าคน พบว่าผู้หญิงที่กินกระเทียม ผัก ผลไม้เป็นประจำ มีแนวโน้มลดอัตราการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ถึง 35 เปอร์เซ็นต์ และเราควรกินกระเทียมวันละ 2-5 กลีบต่อวันค่ะ

10 สรรพคุณของกระเทียม มีอะไรบ้าง

1. แก้ปัญหาผมหลุดร่วง

ปัญหาผมหลุดร่วงคงเป็นปัญหากวนใจใครหลาย ๆ คน โดยเฉพาะสาวผมยาว และผมที่ผ่านการทำเคมีต่าง ๆ เช่น การดัด ย้อม หรือยืด รู้ไหมว่า กระเทียมช่วยยับยั้งปัญหาเหล่านี้ได้ เพียงแค่ฝานกระเทียมเป็นชิ้นบาง ๆ แล้วนำมานวดศีรษะ หรือจะผสมลงในออยล์แล้วนำมานวดศีรษะก็ได้เช่นกัน เพราะในกระเทียมมีอัลซิลิน (allicin) และซัลเฟอร์ (sulfur) สูง ซึ่งมีประสิทธิภาพในการลดปัญหาผมหลุดร่วงนั่นเอง


2. รักษาสิว

กระเทียมถือเป็นยารักษาสิวจากธรรมชาติ ที่มีประสิทธิภาพเป็นอย่างมาก เพราะมีแอนตี้ออกซิแดนท์ ซึ่งมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้อยู่หมัด เราจึงสามารถนำมาฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวได้ โดยฝานกระเทียมสดบาง ๆ แล้วนำมาประคบลงบนสิวเบา ๆ ทิ้งไว้สักพัก แล้วล้างออกด้วยนำสะอาด เท่านี้สิวกวนใจก็จะอันตรธานหายไปอย่างแน่นอน


3. ป้องกันและรักษาโรคหวัด

ถ้าเรามีสารแอนตี้ออกซิแดนท์พอเพียงในระบบภูมิคุ้มกัน เราก็จะป่วยได้ยาก ดังนั้นคงจะดีไม่น้อยหากเราจะเพิ่มสารแอนตี้ออกซิแดนท์ให้ร่างกายมีกำลังไปต่อสู้กับโรคต่าง ๆ ด้วยการรับประทานกระเทียมเป็นประจำ แต่หากโรคหวัดเข้ามาคุกคามเรียบร้อยแล้ว เราก็สามารถไล่หวัดได้ง่าย ๆ ด้วยการหั่นกระเทียมเป็นแว่น แช่ในน้ำร้อนประมาณ 2-3 นาที แล้วกรองเอากากออก จิบเป็นชากระเทียมอุ่น ๆ ก็ดี หรือถ้าทนกลิ่นไม่ไหว จะเติมน้ำผึ้งหรือน้ำขิงเข้าไปสักหน่อยก็ได้จ้า


4. บรรเทาอาการอักเสบจากโรคสะเก็ดเงิน

เมื่อกระเทียมมีฤทธิ์ต้านอาการอักเสบ ดังนั้นจึงช่วยบรรเทาอาการอักเสบจากผื่นแดงได้ดี โดยเฉพาะผื่นแดงที่เกิดจากโรคสะเก็ดเงิน ให้ทาน้ำมันกระเทียมบริเวณที่เป็นแผล เพื่อให้สะเก็ดหลุดไป และลดผื่นแดงบนผิวหนังก็ได้


5. ช่วยควบคุมน้ำหนัก

ผลการศึกษาจาก Nutritionist Cynthia Sass ที่ทำการศึกษากับหนูที่กินกระเทียมพบว่า หนูที่กินกระเทียมมีน้ำหนักและการสะสมของไขมันลดลง ฉะนั้นก็พยายามกินกระเทียมที่ผสมอยู่ในอาหารกันเยอะ ๆ หรือสำหรับคนที่ทนกลิ่นไม่ได้จริง ๆ ก็เลือกกินอาหารเสริมอย่างเช่น กระเทียมอัดเม็ดก็ได้


6. ถอนเสี้ยน

เสี้ยนที่ตำเท้าหรือมือเราให้เจ็บแปลบ สามารถกำจัดได้ง่าย ๆ ด้วยการแปะกระเทียมฝานบาง ๆ แล้วพันทับด้วยผ้าพันแผล วิธีนี้เป็นวิธีธรรมชาติที่ใช้กันมายาวนาน และได้รับการยอมรับว่าเป็นวิธีที่ได้ผลจริงด้วยค่ะ


7. กำจัดกลิ่นเท้า

ปัญหากลิ่นเท้าเกิดจากการที่เท้าเจอความอับชื้น ทำให้เกิดเชื้อรา ตามมาด้วยกลิ่นอันไม่พึงประสงค์และอาการคัน แต่เราสามารถแก้ปัญหาได้ง่าย ๆ ด้วยการแช่เท้าลงในน้ำอุ่นผสมกระเทียมบด ทิ้งไว้สักพัก กลิ่นไม่พึงประสงค์และอาการคันก็จะหายไป เพราะในกระเทียมมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อรานั่นเองจ้า


8. ไล่ยุงและแมลงสัตว์กัดต่อย

แม้นักวิทยาศาสตร์จะยังไม่ฟันธงว่ากระเทียมจะสามารถไล่ยุงและแมลงได้ แต่ก็มีผลการวิจัยจากประเทศอินเดียที่พบว่า คนที่ทากระเทียมลงบนแขนขา จะโดนยุงและแมลงสัตว์กัดต่อยทุกชนิดรบกวนน้อยกว่าคนที่ไม่ได้ทา เขาเลยแนะนำให้ทำยากันยุงง่าย ๆ ด้วยการผสมน้ำมันกระเทียม ปิโตรเลียมเจล และขี้ผึ้งเข้าด้วยกัน หรือจะทากระเทียมสด ๆ ลงบนแขนขาเพื่อป้องกันยุงก็แล้วแต่สะดวกเลยค่ะ


9. รักษาโรคส่าไข้

โรคส่าไข้เกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่ม Human Herpesvirus Type 6(HHV 6) ซึ่งอาการของโรคจะคล้ายคลึงกับโรคหัด หรืออีสุกอีใส เพราะจะเกิดตุ่มแดง และแผลอักเสบบนร่างกาย ซึ่งวิธีรักษาด้วยธรรมชาติที่เห็นผลก็คือ นำกระเทียมบดมาประคบลงบนแผลโดยตรง เพื่อรักษาอาการอักเสบและลดอาการบวม ร่วมกับการรับประทานอาหารเสริมจากสารสกัดกระเทียม เช่น กระเทียมอัดเม็ด หรือน้ำมันกระเทียมก็จะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น


10. ช่วยแก้อาการเคล็ดขัดยอกและเท้าแพลง

กระเทียมสามารถช่วยแก้อาการเคล็ดขัดยอกและเท้าแพลง เพราะมีสารที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดมายังบริเวณที่นวดยาได้ดีมากขึ้นนั่นเอง

ขอบคุณที่มา: https://med.mahidol.ac.th/health_service/th/km/10sep2015-1204

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้